Health » รู้วิธี CPR การช่วยชีวิตเบื้องต้นทั้งผู้ใหญ่และเด็ก

รู้วิธี CPR การช่วยชีวิตเบื้องต้นทั้งผู้ใหญ่และเด็ก

23 ธันวาคม 2020
0

Newscurveonline.com : ปัจจุบันมีข่าวการเสียชีวิตอย่างกะทันหันเพิ่มมากขึ้นทุก ๆ วัน ทั้งในผู้ที่มีสุขภาพดี แข็งแรง รวมถึงในนักกีฬา ซึ่งการเสียชีวิตอย่างกระทันหันนั้นส่วนมากเกิดจากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โดยสาเหตุที่พบมากขึ้นก็เพราะในยุคสมัยนี้มีปัจจัยเสี่ยงที่มากขึ้น ทั้ง PM2.5 ทั้งไลฟ์สไตล์ที่มีการเปลี่ยนไป เช่น การกินอาหาร และการออกกำลังกาย จึงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มเติมจากโรคประจำตัวเดิม เช่น การสูบบุหรี่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันสูง และเพิ่มโอกาสที่จะเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

นพ.วิสุทธิ์ เกตุแก้ว อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ โรงพยาบาลพระรามเก้า มีคำแนะนำถึงการช่วยชีวิตเบื้องต้น ในกรณีที่พบผู้หมดสติอย่างกระทันหัน โดยให้คิดถึงภาวะหัวใจวาย และเป้าหมายสำคัญคือควรได้รับการปั๊มหัวใจช่วยชีวิต (CPR) และควรได้รับการช็อกไฟฟ้าด้วยเครื่อง AED (Automated External Defibrillator) โดยเร็วที่สุด เพื่อที่จะเพิ่มโอกาสรอดชีวิตจากภาวะนี้

สำหรับขั้นตอนในการทำ CPR เบื้องต้นมีหลักการดังนี้

1.อันดับแรกให้เราประเมินสถานการณ์ก่อนว่า เรามีความพร้อมที่จะเข้าไปช่วย และมีความปลอดภัยในการเข้าไปช่วยหรือไม่ เช่น ถ้าคนไข้ถูกไฟช็อตก็ต้องตัดไฟก่อนเข้าช่วยเหลือ (Scene Safety)

2.ให้เราประเมินว่าคนไข้หมดสติไปจริงหรือไม่ โดยปลุกเรียกผู้ป่วยด้วยเสียงที่ดังและตบไหล่ทั้งสองข้าง เพื่อประเมินการตอบสนองของผู้ป่วย หากพบว่าไม่รู้สึกตัว ให้รีบโทร.ขอความช่วยเหลือที่สายด่วน 1669 พร้อมร้องขอเครื่อง AED ที่อยู่ใกล้ที่สุดให้มาที่จุดเกิดเหตุทันที (Call For Help)

3.ช่วยเหลือฟื้นคืนชีพด้วยการกดหน้าอก จัดท่าให้ผู้ป่วยนอนหงาย วางส้นมือข้างหนึ่งตรงครึ่งล่างของกึ่งกลางกระดูกหน้าอก และวางมืออีกข้างทับประสานกันไว้ เริ่มการกดหน้าอก ด้วยความลึก 5-6 เซนติเมตร ในอัตราเร็ว 100-120ครั้งต่อนาที โดยไม่จำเป็นต้องช่วยหายใจ (Start Hand-Only CPR)

4.เมื่อเครื่อง AED มาถึง ให้เปิดเครื่อง และทำตามที่เครื่อง AED แนะนำ ซึ่งจะมีขั้นตอนคร่าวๆดังนี้

1) เปิดเครื่อง

2) แปะแผ่นนำไฟฟ้าบนหน้าอกผู้ป่วย

3) เครื่องวิเคราะห์คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ขั้นตอนนี้ห้ามสัมผัสตัวผู้ป่วย)

4) เมื่อเครื่องแนะนำให้ทำการช็อก ให้กดปุ่มช็อก (ขั้นตอนนี้ห้ามสัมผัสตัวผู้ป่วย)

5) หลักจากเครื่องช็อกเสร็จให้เริ่มทำการกดหน้าอกต่อทันที

6) เมื่อครบสองนาที เครื่องจะสั่งให้หยุด CPR และจะวนไปขั้นตอนที่ 3 ต่อ

5.ปฏิบัติตามที่เครื่อง AED แนะนำ จนกว่าทีมกู้ชีพ จะมาถึง และ ส่งต่อผู้ป่วยให้กับทีมกู้ชีพเพื่อนำส่งโรงพยาบาล เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ผู้ป่วยฉุกเฉินมีโอกาสรอด และปลอดภัย

6.ในกรณีที่ไม่มี AED ให้ทำการกดหน้าอกอย่างเดียวไปเรื่อย ๆ จนกว่าทีมกู้ชีพจะมาถึง

7.ผู้ช่วยเหลือจะหยุดกดหน้าอกได้ก็ต่อเมื่อ 1) ผู้ป่วยเริ่มขยับตัว 2) ทีมกู้ชีพมาถึง 3) AED แจ้งว่าไม่ให้สัมผัสผู้ป่วย

นพ.วิสุทธิ์ เกตุแก้ว กล่าวต่ออีกว่า ในกรณีที่เป็นเด็ก การทำ CPR คล้าย ๆ กับผู้ใหญ่ แต่ของเด็กจะเน้นการเรื่องทางเดินหายใจเป็นหลัก เพราะส่วนใหญ่การเสียชีวิตในเด็กจะมาจากทางเดินหายใจอุดตัน เช่น การกินอาหารติดคอ หรือมีสิ่งแปลกปลอมอุดหลอดลม ซึ่งการช่วยชีวิตในขั้นตอนแรกให้ดูว่ามีอะไรอุดในลำคอ หรือในปากหรือไม่ ถ้าเห็นสิ่งแปลกปลอมที่เอาออกได้ให้เอาออก แต่ถ้าไม่เห็นหรือไม่มั่นใจ “ห้าม” เอานิ้วล้วงเข้าไปในปากเด็กเพราะ อาจจะทำให้สิ่งแปลกปลอมนั้นเข้าไปลึกขึ้น

ในกรณีที่เด็กอายุยังไม่ถึง 1 ขวบ ขั้นตอนแรกให้จับเด็กคว่ำหน้า ให้ศีรษะต่ำแล้วตบที่ระหว่างกระดูกสะบักด้านหลัง 5 ครั้ง (Back Blow) เพื่อให้สิ่งแปลกปลอมหลุดออกมา หรือถ้าเด็กที่มีอายุมากหน่อยก็ใช้วิธีการกดที่บริเวณท้อง (Abdominal Thrust) โดยการเข้าทางด้านหลัง ใช้แขนสอดข้างลำตัวเด็ก วางมือที่ใต้ลิ้นปี่และออกแรงดึงมือเข้ามาที่ลิ้นปี่อย่างรวดเร็ว ถ้าหากระหว่างที่ทำการช่วยเหลือ พบว่าเด็กหมดสติและไม่หายใจ ให้เริ่มทำ CPR ทันที

สามารถชมวิธีการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน CPR ได้ทาง www.facebook.com/PR9Cardio

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โทร. 1270 หรือ Line : https://lin.ee/vR9xrQs

สามารถติดตามข้อมูลความรู้และการรักษาต่าง ๆ ได้ที่ Website : www.praram9.com หรือ @praram9hospital