Variety » “จัสโค สามย่านมิตรทาวน์” ปฏิวัติโคเวิร์คกิ้งสเปซรูปแบบใหม่

“จัสโค สามย่านมิตรทาวน์” ปฏิวัติโคเวิร์คกิ้งสเปซรูปแบบใหม่

10 มีนาคม 2020
0

Newscurveonline.com : “จัสโค” ผู้ให้บริการพื้นที่ทำงานแบบยืดหยุ่นระดับพรีเมียมในเอเชีย เดินหน้าส่งมอบพื้นที่การทำงานแห่งโลกอนาคตให้แก่บริษัทนานาชาติและองค์กรขนาดใหญ่ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมไปถึงบริษัทสตาร์ทอัป โดยประกาศเปิดตัวโคเวิร์คกิ้งสเปซแห่งใหม่เป็นสาขาที่ 3 ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ณ สามย่านมิตรทาวน์ หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการเปิดตัวสาขาแรกที่เอไอเอ สาทร ทาวเวอร์ และสาขาที่สอง บนอาคารแคปปิตอล ทาวเวอร์ ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ

“จัสโค สาขาสามย่านมิตรทาวน์” ตั้งอยู่ในย่านศูนย์กลางธุรกิจ บนถนนพระรามที่ 4 และถนนพญาไท โดยมีพื้นที่การใช้งานที่กว้างขวางมากถึง 6 ชั้น ตั้งแต่ชั้นที่ 22-27 มีพื้นที่ใช้สอยรวมแล้วมากกว่า 1.2 หมื่นตารางเมตร รองรับสมาชิกได้กว่า 2.5 พันคน

ตั้งแต่ปี 2544 “จัสโค” ได้มีการพัฒนาโครงสร้างทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างมิติใหม่แห่งการทำงานร่วมกันให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น โดยโซลูชันที่ได้นำเสนอให้แก่สมาชิกนั้น ไม่ได้มีเพียงแค่พื้นที่การทำงานที่ยืดหยุ่นเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงความเข้าใจในด้านความต้องการของตลาดบนโลกแห่งธุรกิจอีกด้วย โดยปัจจุบัน “จัสโค” มีพื้นที่รองรับสำหรับการทำงานมากกว่า 40 สาขาในเมืองหลักของเอเชีย ซึ่งเป็นพื้นที่การทำงานมีความยืดหยุ่นและสามารถใช้งานได้อย่างหลากหลายรูปแบบ เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มธุรกิจที่ทันสมัย อีกทั้งยังมีแพลตฟอร์มต่าง ๆ ให้แก่สมาชิก เพื่อเป็นจุดศูนย์กลางในการสร้างความสัมพันธ์และการเชื่อมต่อใหม่ ๆ ระหว่างสมาชิกภายใน “จัสโค” อีกด้วย

พื้นที่การทำงานร่วมกันระดับพรีเมียมเพื่อสร้างประสิทธิภาพในการทำงาน

“จัสโค” สาขาใหม่นี้มีพื้นที่ทำงานพร้อมใช้งานที่พรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของทุกธุรกิจและพนักงาน ช่วยลดปัญหาและข้อยุ่งยากในการบริหารจัดการพื้นที่ โดยรวมบริการโต๊ะทำงานแบบ Hot Desk ห้องทำงานส่วนตัว สำนักงานออกแบบเฉพาะสำหรับบริษัทขนาดใหญ่ ห้องประชุม พื้นที่จัดอีเวนต์และสานสัมพันธ์ คาเฟ่ ห้องคุณแม่ Phone Booths รวมไปถึงยังมี Sky Café หรือคาเฟ่ลอยฟ้าที่สวยงาม เพื่อตอบโจทย์สำหรับสมาชิกที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศในการทำงานให้รู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น

 

นอกจากนี้ พื้นที่ขนาดใหญ่ของ “จัสโค” ยังถูกออกแบบมาให้มีหน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดานเพื่อให้สมาชิกสามารถรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ ประกอบกับการดีไซน์พื้นที่ส่วนกลางให้มีบันไดทอดยาวแบบเจาะทะลุเชื่อมกันทาสีฟ้าอันโดดเด่น เพื่อให้สมาชิกทุกคนสามารถติตต่อกันได้อย่างง่ายดาย ทั้งนี้ยังมีไฟนีออนที่ออกแบบพิเศษ ตลอดจนจิตรกรรมฝาผนังอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเฉพาะที่สาขาสามย่านมิตรทาวน์ที่มีนักวาดภาพประกอบสาวชาวไทยอันโด่งดังอย่าง ‘ปอม ชาน’ มาร่วมถ่ายทอดผลงานบนผนังของทุกชั้นด้วยเทคนิคการวาดภาพแบบ 3 มิติผ่านการใช้สีสันสดใส เพื่อสร้างความมีชีวิตชีวา

 

สมาชิกสามารถเพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์อันสวยงามของเส้นขอบฟ้าใจกลางเมืองกรุงเทพฯมหานครได้ในทุกพื้นที่ของ “จัสโค” ไม่ว่าจะในขณะนั่งจิบกาแฟที่สกายคาเฟ่ นั่งทำงานจาก Hot Desk หรือนั่งทำงานในบริเวณพื้นที่ทำงานร่วมกัน เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศการทำงานให้ผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น หรือหลังจากที่สมาชิกทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน สมาชิกยังสามารถผ่อนคลายด้วยการเดินเล่นหรือช้อปปิ้งภายในห้างสามย่านมิตรทาวน์

ยกระดับพื้นที่การทำงานให้ก้าวไปอีกขั้น

“จัสโค” ยังมีอีกหนึ่งบริการพิเศษ ได้แก่ โซลูชัน Enterprise 360 บริการที่จะช่วยออกแบบและสรรค์สร้างพื้นที่การทำงานแบบครบวงจรให้กับธุรกิจทุกขนาด โดยล่าสุด “จัสโค สาขาสามย่านมิตรทาวน์” ได้ช่วยอำนวยความสะดวกในการมอบพื้นที่พร้อมทำงานให้กับพนักงานของธนาคารกรุงไทยกว่า 900 คน ในหลายปีที่ผ่านมา ธุรกิจและพนักงานได้ปรับเปลี่ยนวิถีการทำงานไปจากเดิม องค์กรหลายแห่งต่างหันมาสนใจโซลูชันการทำงานแบบยืดหยุ่น อันเนื่องจากประโยชน์ที่ได้รับจากแนวทางการทำงานแบบใหม่ รวมไปถึงสัญญาการเช่าพื้นที่ที่ยืดหยุ่นขึ้น ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายโดยรวม และโปรแกรมต่าง ๆ ที่ช่วยสร้างความร่วมมือกัน ให้พนักงานเกิดการแลกเปลี่ยนไอเดียใหม่ ๆ ที่เป็นผลมาจากโอกาสทางธุรกิจและนวัตกรรมที่เกิดขึ้นใน “จัสโค”

มากกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิก “จัสโค” เป็นองค์กรขนาดใหญ่และบริษัทที่ติดอันดับในฟอร์จูน 500 รวมไปถึงธุรกิจขนาดกลางและเล็ก สตาร์ทอัป และฟรีแลนซ์ หลอมรวมเป็นคอมมิวนิตี้ที่มีสมาชิกกว่า 2.5 พันคน ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงความร่วมมือทางธุรกิจในระดับภูมิภาค ผ่านพื้นที่ทำงานที่มีประสิทธิภาพในเมืองต่าง ๆ ทั่วเอเชียแปซิฟิก ลูกค้าระดับองค์กรของจัสโคในประเทศไทย อาทิ เฟรเซอรส์ พร็อพเพอร์ตี้, แกรนท์ ธอร์นตัน, เจเนอรัล อิเล็คทริค และอินเตอร์ทัช

ให้ประสบการณ์ที่เหนือกว่า ผ่านเครือข่ายขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมถึง 8 ประเทศ

สมาชิกกว่า 2.5 หมื่นคน ภายในเครือข่ายของ “จัสโค” สามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างง่ายดาย ด้วยแอปพลิเคชัน JustCo App ซึ่งให้สมาชิกได้เพลิดเพลินไปกับสิทธิพิเศษในการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะใช้แทนพาสปอร์ตเพื่อเข้าใช้บริการจัสโคในสาขาไหนก็ได้ในเอเชียแปซิฟิก หรือจะเป็นการรับสิทธิพิเศษต่าง ๆ ที่ “จัสโค” ได้คัดสรรมาแล้วเพื่อสมาชิกของ “จัสโค” เท่านั้น อาทิ การปลดล็อกประตูอัตโนมัติผ่านแอปพลิเคชัน การจองห้องประชุมล่วงหน้า หรือการลงทะเบียนเข้าร่วมงานอีเวนต์ต่าง ๆ แบบเอ็กซ์คลูซีฟ

 

 

“จัสโค”สร้างอนาคตของการทำงาน

ในปีนี้ JustCo Labs ยังได้เข้ามาเปิดตัวในประเทศไทย เพื่อช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์และการเชื่อมต่อใหม่ๆ ระหว่างสตาร์ทอัปและบริษัทต่าง ๆ ภายในเครือข่ายของ “จัสโค” ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจที่ตั้งอยู่ในประเทศ หรือระหว่างประเทศก็ตาม รวมไปถึง ที่ JustCo Labs ยังได้สร้างสรรค์ระบบนิเวศในการทำงานอันทรงพลัง ซึ่งช่วยให้ธุรกิจทุกขนาดได้รับประโยชน์จากเครือข่ายพันธมิตรของ “จัสโค” อาทิ กิจกรรมแฮกกาธอน หรือมาสเตอร์คลาส เป็นต้น

 

นายคง วัน ซิง ผู้ก่อตั้งและประธานอำนวยการ “จัสโค” กล่าวว่า “จัสโค” เชื่อว่าการมอบพื้นที่การทำงานร่วมกันที่มีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่ยอดเยี่ยมให้แก่ลูกค้าจะเป็นสิ่งที่ช่วยผลักดันผลผลิต ความสำเร็จ ตลอดจนความได้เปรียบทางการแข่งขันในตลาดให้เราเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดย “จัสโค สาขา สามย่านมิตรทาวน์” จะถือเป็นทางเลือกแห่งใหม่ที่ดีที่สุดให้แก่กลุ่มบริษัทที่กำลังมองหาพื้นที่การทำงานร่วมกันที่มีความยืดหยุ่นและสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายระดับภูมิภาคได้อย่างไร้กรอบจำกัด โดยบริการและเทคโนโลยีอันล้ำสมัยยังจะช่วยสร้างสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานให้แก่สมาชิกได้อย่างแท้จริงอีกด้วย

การขยายตัวของ “จัสโค” ในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

เนื่องจากอัตราการเติบโตและความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคที่มีต่อโคเวิร์คกิ้งสเปซมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเห็นได้ชัดจาก “จัสโค สาขาสามย่านมิตรทาวน์” ที่มีอัตราการจองเช่าพื้นที่ตั้งแต่ก่อนเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการมากถึง 50% ทำให้ในช่วงไตรมาสที่สามภายในปี 2563 “จัสโค” ได้เล็งเห็นถึงโอกาสและวางแผนที่จะเปิดตัวสาขาใหม่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ เป็นแห่งที่ 4 ณ อาคาร อัมรินทร์ ทาวเวอร์ ซึ่งตั้งอยู่ในย่านราชประสงค์ แหล่งรวบรวมทุกไลฟสไตล์การใช้ชีวิตอย่างครบวงจรของทั้งชาวกรุงและนักท่องเที่ยว โดยสาขาใหม่ของ “จัสโค” จะยังคงคอนเซ็ปต์การตกแต่งในสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์เพื่อช่วยจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ และกระตุ้นประสิทธิภาพการทำงานให้แก่สมาชิก รวมไปถึงยังมีพื้นที่เกมและสันทนาการที่จัดไว้โดยเฉพาะ เช่น โต๊ะปิงปอง เกมปาลูกดอก และตู้เกม เพื่อให้สมาชิกได้พักผ่อนเมื่อเว้นว่างจากการทำงาน

“จัสโค” สาขาใหม่ยังมอบสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ให้แก่สมาชิกเหมือนกับสาขาอื่น ๆ อย่างครบครัน อาทิ โต๊ะทำงานแบบไม่ประจำ (Hot Desk) ออฟฟิศส่วนตัว ห้องจัดอบรม ห้องประชุมขนาด 6-8 คน และโฟนบูธสำหรับการคุยโทรศัพท์แบบส่วนตัว เพื่อรักษามาตรฐานความเป็นผู้นำในด้านการมอบพื้นที่อันยืดหยุ่นในการทำงานให้กับสมาขิก และเพื่อส่งเสริมให้สมาชิกมีคุณภาพชีวิตและการทำงานอย่างสมดุลและสมบูรณ์แบบในทุก ๆ ด้าน

“จัสโค” ได้รับเงินลงทุนจากการสนับสนุนโดยกองทุนความมั่งคั่งแห่งสิงคโปร์ GIC (Government of Singapore Investment Corporation) และ Frasers Property Limited  ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ดำเนินธุรกิจในหลากหลายประเทศ ทำให้ในปัจจุบัน “จัสโค” มีสาขารวมเกือบถึง 40 แห่ง ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในผู้นำให้บริการพื้นที่ทำงานแบบยืดหยุ่นสัญชาติเอเชียเพียงรายเดียวที่มีสาขาในหลายเมืองในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 “จัสโค” ได้ร่วมลงมือในกิจการค้ากับ Daito Trust Construction Co., Ltd ซึ่งเป็นบริษัทแนวหน้าด้านการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่น โดย Daito Trust ได้มอบเงินลงทุนให้แก่จัสโคเป็นมูลค่าถึง 74 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อให้ “จัสโค” ขยายฐานเครือข่ายไปยังประเทศญี่ปุ่น เพื่อเป็นการเพิ่มผลประโยชน์ด้านเครือข่ายและเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของสมาชิกที่เพิ่มมากขึ้นในภูมิภาค

ด้วยสิทธิพิเศษของ “จัสโค” ที่ให้สมาชิกสามารถเข้าใช้บริการภายใน “จัสโค” สาขาใดก็ได้ระหว่างการเดินทาง นอกจากประเทศญี่ปุ่นที่เพิ่มมาใหม่แล้วสมาชิกยังสามารถเพลิดเพลินไปกับการใช้งานโคเวิร์คกิ้งสเปซของ “จัสโค” ได้ทั้งในประเทศไทย สิงคโปร์ จีน อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย ไต้หวัน และประเทศอื่น ๆ ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ

ทั้งนี้ จากผลสำรวจของ GCUC’s 2019 Global Co-Working Report รายงานว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิปิกมีจำนวนของโคเวิร์คกิ้งสเปซที่เกิดขึ้นมากกว่า 1.1 หมื่นสาขา ซึ่งถือว่าเป็นภูมิภาคที่มีพื้นที่โคเวิร์คกิ้งสเปซมากที่สุดในโลก โดยภายในปี 2020 คาดว่าพื้นที่การทำงานที่ยืดหยุ่นนี้จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นมากถึง 15% ครอบคลุมพื้นที่ในหลายตลาดบนภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างต่อเนื่อง.