Newscurveonline.com : “หมอบุญ” บอสใหญ่แห่ง “ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป” เตรียมแผน “อู่ฮั่นโมเดล” รับมือสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID–19 รวม 3 เฟส ชูแนวคิดให้การรักษาผู้ป่วยอย่างเต็มความสามารถ ตั้งเป้าเฟสแรก เปิด“คลินิกธนบุรี บางซื่อ” คัดกรองผู้ป่วย 50 ห้อง และ CT Scan Chest Tomography ก่อนเดินหน้าเฟสสอง เมื่อประเทศไทยเข้าสู่ระยะที่ 3 ตั้งโรงพยาบาลสนาม 200 เตียง หน้าโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า พร้อมส่งตัวผู้ป่วยเข้าเฟสสามเพื่อพักฟื้น1-1.5 พันเตียง ในโรงพยาบาลเครือธนบุรี ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
นายแพทย์บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์ แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG ผู้นำธุรกิจดูแลสุขภาพอย่างครบวงจรและบริการที่มีคุณภาพด้วยเทคโนโลยีทันสมัย เปิดเผยว่า แม้ว่าสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ในประเทศไทยยังไม่ถึงขั้นวิกฤติเท่ากับประเทศอื่น เนื่องจากรัฐบาลและหน่วยงานต่าง ๆ ได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับการปฏิบัติตนของประชาชน ทำให้ผู้คนเกิดการตื่นตัวในการเฝ้าสังเกตอาการ และหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการติดโรค รวมถึงความสามารถของบุคลากรทางการแพทย์ที่สามารถตรวจคัดกรองผู้ป่วยและให้การรักษาผู้ป่วยได้อย่างเต็มกำลังความสามารถ แต่ “ธนบุรี เฮลท์ แคร์ กรุ๊ป” ได้เตรียมแนวคิดการสร้างสถานพยาบาลฉุกเฉิน หรือคลินิกพิเศษ เป็นการล่วงหน้าเพื่อสอดรับกับแนวทางของรัฐบาล โดยใช้ตัวอย่างโรงพยาบาลฉุกเฉิน “อู่ฮั่นโมเดล” จากประเทศจีน เพื่อเตรียมรับกับสถานการณ์ที่ไม่อาจคาดการณ์ได้ในระยะเวลา 3-6 เดือนข้างหน้า
มีข้อบ่งชี้ว่าเชื้อไวรัส COVID-19 อาจจะมีการแพร่ระบาดเข้าสู่ขั้นที่ 3 คือ ติดต่อกันเองในประเทศ หรือในผู้ป่วยที่ไม่มีประวัติเดินทางไปต่างประเทศ หรือสัมผัสกับบุคคลที่มีเชื้ออยู่ ซึ่งอาจมาจากสาเหตุหลายประการ เช่น ผู้ป่วยหลายคนเป็นพาหะโดยไม่มีอาการ โรงพยาบาลหลายแห่งไม่สามารถรองรับผู้ป่วยโรค COVID-19 จากข้อจำกัดเรื่องสถานที่ บุคลากร ห้องปฏิบัติการ (Lab) กอปรกับการวินิจฉัยโรคในปัจจุบันยังมีจุดอ่อนหลายประการและเสี่ยงต่อการที่จะตรวจไม่พบเชื้อ หรือผลลบปลอม (False Negative) ซึ่งอาจเกิดจากการเก็บสารตัวอย่างในลำคอ หรือจมูกที่ไม่ได้มาตรฐาน การเก็บสารตัวอย่างไม่ถูกวิธี หรือผู้ป่วยมีเชื้อในปริมาณน้อย เพราะมีระยะฟักตัว หรือผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันสูง รวมทั้งการกลายพันธุ์ที่รวดเร็วของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการตรวจ
ในปัจจุบันการตรวจเชื้อไวรัส COVID-19 มีหลายวิธี ยกตัวอย่างเช่น ในประเทศสิงค์โปร์ ประเทศจีน และประเทศในแถบตะวันตก นอกจากจะใช้การตรวจด้วย PCR หรือ Polymerase Chain Reaction Test เพื่อตรวจภูมิคุ้มกัน หรือแอนติบอดีของร่างกายแล้ว ยังใช้วิธีการตรวจทางพันธุกรรม (DNA) Next Generation Sequencing ด้วย เพื่อให้ได้ผลตรวจที่แม่นยำยิ่งขึ้น เพราะจะสามารถบอกชนิดของเชื้อไวรัส COVID-19 และไวรัสตัวอื่น ๆ ที่ปนมาด้วยได้อย่างชัดเจน ซึ่งวิธีการดังกล่าวมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ซึ่ง “ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป” ได้เห็นความสำคัญในการเตรียมความพร้อมทั้งบุคลากรทางการแพทย์ เทคโนโลยี อุปกรณ์การรักษา และสถานที่สำหรับการตรวจคัดกรอง เพื่อช่วยเหลือภาครัฐในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่อาจจะมีการแพร่ระบาดเข้าสู่ขั้นที่ 3 ทำให้จำนวนผู้ป่วยต่อวันจะเพิ่มขึ้นมาก อย่างเช่นในประเทศอิตาลี อิหร่าน และสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะทำให้โรงพยาบาลรัฐไม่สามารถรองรับและให้การดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึง
“ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป” จึงได้จัดเตรียมแผนสำหรับการรับมือสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ไว้ 3 เฟส ดังต่อไปนี้
เฟสที่ 1 เปิดบริการคลินิกคัดแยกผู้ป่วย (Triage Building) และห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย (Laboratory) สำหรับทำ CT Scan Chest Tomography ที่บางซื่อ ซึ่งจะเปิดให้ดำเนินการทันทีที่ได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 3 ไร่ ใกล้ทางด่วน สถานีรถไฟ และสถานีขนส่งผู้โดยสาร โดยจะมีห้องแยกผู้ป่วย 50 ห้อง และห้องพักดูอาการขนาด 20 เตียง ซึ่งจะมีการแยกห้องตรวจระหว่างผู้ป่วยที่มีไข้หวัดธรรมดาและผู้ป่วยที่สงสัยจะติดเชื้อออกจากกัน
นอกจากนี้ ยังสามารถรองรับการให้บริการแบบบุคคล หรือองค์กรที่ต้องการดูแลผู้ป่วย หรือพนักงานที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัส COVID-19 อย่างใกล้ชิด อาทิ บริษัท สายการบิน สถานทูต หน่วยงานข้าราชการ และองค์กรต่าง ๆ ที่จะต้องเดินทางไปต่างประเทศ และต้องการผลการตรวจที่เร็วกว่า 14 วัน ก็จะมีการตรวจด้วย Next Generation Sequencing (NGS) เพื่อวิเคราะห์ลักษณะทางพันธุกรรมของไวรัส COVID-19 เนื่องจากเทคโนโลยีนี้สามารถอ่านรหัสพันธุกรรม จำแนกลักษณะจีโนมของไวรัสได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ และมีบทบาทสำคัญในการจำกัดการระบาดของไวรัสซึ่งใช้ได้ผลมาแล้วในประเทศจีน
เฟสที่ 2 โรงพยาบาลสนาม กรณีที่มีการแพร่ระบาดเข้าสู่ขั้นที่ 3 จะพัฒนาพื้นที่สำหรับผู้ป่วยติดเชื้อแต่ไม่วิกฤติจำนวน 200 เตียง และห้องผู้ป่วยวิกฤติ (ICU) อีก 50 เตียง โดยโรงพยาบาลสนามแห่งนี้จะตั้งอยู่บริเวณฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า บนพื้นที่ 4 ไร่ โดยใช้ระยะเวลาในการเตรียมการประมาณ 3 เดือน ตั้งแต่เดือน เม.ย.63 เป็นต้นไป
เฟสที่ 3 โรงพยาบาลพักฟื้น สำหรับรองรับผู้ป่วยจำนวนมากที่จำเป็นต้องรักษาตัวและฟื้นฟูร่างกายในโรงพยาบาลระยะเวลานาน ๆ โดยสามารถรองรับผู้ป่วยได้จำนวน 1-1.5 พันเตียง ซึ่งปัจจุบันมีความพร้อมในการให้บริการที่โรงพยาบาลในเครือธนบุรีหลายแห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
“แนวคิดดังกล่าวอยู่ในระหว่างการให้คณะผู้บริหาร THG เร่งศึกษาและวางแผนการดำเนินงาน เพื่อการรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที โดยจะได้เข้าหารือกับ กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอรับคำแนะนำต่อไป ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การเเพร่ระบาดของไวรัส COVID-19ในประเทศด้วย” นายแพทย์บุญ กล่าวในตอนท้าย