New Issues » “อาร์เอส กรุ๊ป” ทำกำไรนิวไฮ Q1/63 สูงสุด 184%

“อาร์เอส กรุ๊ป” ทำกำไรนิวไฮ Q1/63 สูงสุด 184%

11 พฤษภาคม 2020
0

Newscurveonline.com : “อาร์เอส กรุ๊ป” โชว์ผลประกอบการไตรมาสแรก ปี 63 ทำกำไรนิวไฮ ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจในช่วงต้นปี ต่อเนื่องมาจนถึงวิกฤติ COVID-19 ด้วยผลกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 186 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 184% จากไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 ผลจากการชูทิศทางการดำเนินธุรกิจสอดรับกับ New Normal พร้อมขับเคลื่อนโมเดล Entertainmerce เข้าสู่ธุรกิจสื่อและบันเทิงเต็มรูปแบบ

นายวิทวัส เวชชบุษกร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการปรับแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ส่งผลให้กำไรในไตรมาสแรกของปี 2563 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีรายได้รวม 985 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 10% และมีกำไรสุทธิ 186 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 184% เทียบกับไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 จากความสำเร็จในการมุ่งเน้นอัตราการทำกำไรและการสร้างรายได้จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้เทคโนโลยีมากขึ้นในการใช้ชีวิตและหันมาใส่ใจสุขภาพเป็นพิเศษในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลให้ธุรกิจ Commerce เติบโตขึ้นตามไปด้วย โดยมี RS Mall แพลตฟอร์มที่จำหน่ายสินค้าในหลากหลายช่องทาง ทั้งออนแอร์และออนไลน์ และบริษัท ไลฟ์สตาร์ จำกัด ผู้ผลิตสินค้านวัตกรรมเพื่อสุขภาพและความงาม เป็นแรงผลักให้ไตรมาสที่ 1 ของปี 2563 ธุรกิจ Commerce ทำรายได้รวม 500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากไตรมาสที่ 4 ของปี 2562 โดยเป็นผลมาจากการขยายช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางออนแอร์เพิ่มขึ้น ผ่านช่องผู้นำทีวีดิจิทัล ร่วมกับการทำโปรโมชันที่ตอบโจทย์ลูกค้า อีกทั้งยังมีรายได้จากกลุ่มลูกค้าใหม่ที่เติบโตสูงขึ้น 30% ในขณะที่รายได้จากกลุ่มลูกค้าประจำก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน RS Mall มีฐานข้อมูลลูกค้าทะลุ 1.35 ล้านรายแล้ว ซึ่งบริษัทฯ ได้นำ Big Data มาวิเคราะห์และพัฒนาวิธีการนำเสนอสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย พร้อมกับการนำระบบ Predictive Dialing System (PDS) เข้ามาพัฒนาระบบเทเลเซลล์ให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น

ขณะที่ธุรกิจสื่อเติบโตสวนกระแสภาพรวมอุตสาหกรรมที่ชะลอตัว มีรายได้รวม 376 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ของปี 2562 โดยเรทติ้งของช่อง 8 ปรับตัวดีขึ้นในช่วงเดือนมกราคม-เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาในกลุ่มผู้ชมอายุ 15+ ปี ซึ่งรายการที่มีเรทติ้งสูงสุดได้แก่ รายการข่าว ละคร ซีรีส์ และรายการมวย โดยที่ผ่านมา “ช่อง 8” ได้นำกลยุทธ์เก้าอี้ 4 ขา มาใช้สร้างรายได้จากหลายช่องทางเพื่อค้ำจุนซึ่งกันและกัน ขณะที่ในส่วนของ “COOLfahrenheit” ภายใต้การดำเนินงานของ COOLISM ยังคงได้รับความนิยมอยู่ในอันดับหนึ่งของกลุ่ม Easy Listening มีผู้ฟังวัยทำงานอายุ 20-44 ปี มากที่สุด และยังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการทุบทุกสถิติการฟังเพลงออนไลน์สูงสุดในรอบ 12 เดือน ด้วยการเข้าฟังมากสูงสุดกว่า 1.2 ล้านครั้งต่อชั่วโมง ในช่วงเวลาทำงาน Work From Home ตั้งแต่เวลา 8.00-18.00 น. ส่งผลให้ปัจจุบันธุรกิจของ COOLISM เติบโตจากการขายสื่อโฆษณาบนคลื่นวิทยุและออนไลน์และการจัดกิจกรรมร่วมกับผู้ฟังรายการ

“ในช่วงที่ผ่านมา มาตรการ Work From Home ได้ส่งผลให้รายได้ของธุรกิจเพลงในเครืออาร์เอส กรุ๊ป จากการฟังและดาวน์โหลดผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้น และจากการปรับกลยุทธ์การดำเนินงานแบบ Music Marketing ทำให้การบริหารต้นทุนมีประสิทธิภาพ และสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากการที่ศิลปินสามารถวางแผนการสร้างผลงานได้ด้วยตนเอง รวมถึงการบริหารลิขสิทธิ์เพลงเพิ่มขึ้นผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้เพิ่มการจัดกิจกรรมทางการตลาด และคอนเสิร์ต ซึ่งในไตรมาสแรกของปี 2563 บริษัทฯ มีการจัดคอนเสิร์ต D2B Infinity Fun2020 เข้ามาสนับสนุนจึงทำให้รายได้จากธุรกิจเพลงเพิ่มขึ้นด้วย” นายวิทวัส กล่าวในตอนท้าย

นายวิทวัส เวชชบุษกร (ซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน และนายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ (ขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน)

ด้าน นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในไตรมาสแรกของปี 2563 นับเป็นการเริ่มต้นปีที่แข็งแกร่งด้วยผลการดำเนินงานที่เกินคาดหมายจากการที่บริษัทฯ มองโอกาสและเตรียมพร้อมอยู่เสมอ จึงทำให้ธุรกิจมีการเติบโตมากกว่าที่จะได้รับผลกระทบ โดยมีธุรกิจที่หลากหลายและปรับกลยุทธ์อย่างรวดเร็วให้เข้ากับการใช้ชีวิตของผู้บริโภคแบบ New Normal โดยหลังจากนี้ โอกาสเติบโตทางธุรกิจของ “อาร์เอส กรุ๊ป” จะเกิดขึ้นจากการขับเคลื่อนกลยุทธ์ Entertainmerce เข้าไปในทุกธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ อาทิ

1.RS Mall จัดแคมเปญใหญ่ต่อเนื่อง เพื่อลดราคาสินค้า ช่วยเหลือผู้บริโภคที่เดือดร้อนในช่วงที่เศรษฐกิจซบเซา

2.ไลฟ์สตาร์ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพที่เน้นเสริมภูมิคุ้มกัน และร่วมมือกับพันธมิตรจากต่างประเทศ เพื่อนำนวัตกรรมใหม่ ๆ มาจำหน่ายบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ของ RS Mall

3.ช่อง 8 เปิดตัวรายการใหม่ให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ Entertainmerce สร้างคอนเทนต์ตรงกลุ่มเป้าหมาย ผนวกกับสินค้าและบริการในราคาที่คุ้มค่ากว่า และสร้างรายได้เพิ่มจากการขายคอนเทนต์ละครไปในประเทศต่าง ๆ และบนแพลตฟอร์มออนไลน์อื่น ๆ

4.COOLISM เปิดตัวแอปพลิเคชัน COOLanything เพื่อเปลี่ยนผู้ฟังกว่า 2 ล้านรายต่อเดือนเป็นผู้ซื้อ สามารถฟังเพลงพร้อมเลือกซื้อสินค้าราคาพิเศษได้ในเวลาเดียวกัน สำหรับธุรกิจเพลง ขายลิขสิทธิ์เพลง สร้างรายได้เพิ่มจากช่องทางออนไลน์ (OTT media service)

“บริษัทฯ ยังได้รับการสนับสนุนนำส่งเงินรายปีลดลงสำหรับกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม สำหรับรายได้ตั้งแต่ปี 2562 รวมถึงยกเว้นค่าบริการโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล (Multiplexer หรือ MUX) เต็มจำนวนตั้งแต่เดือนมิถุนายนปี 2563 เป็นต้นไป และยังมีการบริหารคอนเทนต์ให้เกิดประโยชน์ในตลาดใหม่ และบนแพลตฟอร์มออนไลน์อื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง จึงมั่นใจว่าบริษัทฯ จะสามารถสร้างรายได้ปีนี้ได้ตามแผนที่วางไว้” นายสุรชัย กล่าวในที่สุด