New Issues » ปี 64 “ช.การช่าง” เล็งงานใหม่ 2 แสนล้านบาท

ปี 64 “ช.การช่าง” เล็งงานใหม่ 2 แสนล้านบาท

14 พฤศจิกายน 2020
0

Newscurveonline.com : “ช.การช่าง” เผยผลประกอบการไตรมาส 3/63 มีกำไรสุทธิ 774 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 1.1 พัน% ย้ำความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างที่อยู่ระหว่างการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมาย ไม่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด COVID-19 มั่นใจปี 64 มีมูลค่างานมือ 1.5-2 แสนล้านบาท ทั้งโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมฯ, รถไฟฟ้าสายสีม่วงด้านใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ รวมถึงโครงการรถไฟทางคู่ จำนวน 3 สาย

นางสาวสุภามาส ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK เปิดเผยว่า ผลประกอบการในไตรมาส 3/2563 บริษัทฯ มีรายได้ก่อสร้าง 3,798 ล้านบาท รายได้รวม 4,528 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสที่ผ่านมา แต่ยังสามารถรักษาอัตรากำไรไว้ได้เป็นอย่างดี โดยมีกำไรสุทธิ 774 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 1.1 พัน% จากไตรมาสที่แล้ว อัตรากำไรขั้นต้น 7.73% อัตรากำไรสุทธิ 17.10% โดยความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างที่อยู่ระหว่างการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมาย ไม่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด COVID-19 แต่ประการใด

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ลงนามสัญญาก่อสร้างอาคารศูนย์การเรียนรู้และวิจัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ กับ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มูลค่า 4,041 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) นอกจากนี้ ยังได้เตรียมความพร้อมในการเข้าแข่งขันการประมูลราคาโครงการต่าง ๆ ในปี 2564 ซึ่งมั่นใจว่าจะมีงานเพิ่มเติมเข้ามาอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย มูลค่ากว่า 1.2 แสนล้านบาท ที่ได้มีการยื่นประกวดราคาไปแล้วเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 โดยบริษัทมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในด้านการก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดิน การติดตั้งงานระบบ และพันธมิตรที่แข็งแกร่งคือ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) ที่มีประสบการณ์ในการบริหารการเดินรถมากว่า 16 ปี

สำหรับโครงการก่อสร้างของภาครัฐ บริษัทฯ มีความเชื่อมั่นว่าจะมีอีกหลายโครงการที่มีความพร้อม สามารถเปิดประกวดราคาได้ในปี 2564 อาทิ รถไฟฟ้าสายสีม่วงด้านใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ มูลค่า 1 แสนล้านบาท โครงการรถไฟทางคู่ จำนวน 3 สาย ได้แก่ สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ, สายบ้านไผ่-นครพนม และสายขอนแก่น-หนองคาย รวมมูลค่ากว่า 1.5 แสนล้านบาท รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบางใน สปป.ลาว ที่บริษัทฯ ได้เข้าร่วมลงทุนซึ่งคาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้เร็ว ๆนี้  ซึ่งโครงการเหล่านี้จะช่วยเสริมมูลค่างานในมือ (Backlog) ขึ้นมาอย่างน้อย 1.5-2 แสนล้านบาทในปี 2564

 

สำหรับการลงทุนในธุรกิจสาธารณูปโภคพื้นฐานของบริษัทฯ ได้แก่ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM หลังจากได้ต่อสัมปทานทางด่วนอีก 15 ปี 8 เดือน จำนวน 3 เส้นทาง ได้แก่ ทางด่วนขั้นที่ 2 ส่วน A B C  ทางด่วนขั้นที่ 2 ส่วน D  และทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด ประกอบกับการผ่อนคลายมาตรการการแพร่ระบาดของ COVID-19 ก็ทำให้ผลประกอบการดีขึ้นและกลับมาเป็นปกติแล้ว โดยในวันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน2563 จะมีพิธีเปิดโครงการรถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) ส่วนต่อขยาย ณ สถานีรถไฟฟ้าสนามไชย และสถานีรถไฟฟ้าหลักสอง ในส่วนของบริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) หรือ TTW ผู้ผลิตน้ำประปาเอกชนรายใหญ่ที่สุดของประเทศ ความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของภาคครัวเรือน ส่งผลให้ผลประกอบการยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี จ่ายปันผลได้ต่อเนื่องสม่ำเสมอ นอกจากนี้ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP โรงไฟฟ้าทุกแห่งมีแนวโน้มที่จะสามารถผลิตไฟฟ้าได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ สามารถรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าไซยะบุรีและโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ 9 แห่งได้ครบอีกด้วย