Special Stories » ถอดแนวคิด “อาร์เอส กรุ๊ป” ก้าวข้ามเทคโนโลยี “ดิสรัปชั่น”

ถอดแนวคิด “อาร์เอส กรุ๊ป” ก้าวข้ามเทคโนโลยี “ดิสรัปชั่น”

4 มิถุนายน 2020
0

Newscurveonline.com : แม้ว่าทุกอุตสาหกรรมรวมถึงธุรกิจพาณิชย์และสื่อจะได้รับผลกระทบทั้งจากเศรษฐกิจโดยรวมที่หดตัวลงและผลกระทบจาก COVID-19 แต่ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ “อาร์เอส กรุ๊ป” กลับเติบโตอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ผลกำไรในไตรมาสแรกสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ถึง 186 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 184% จากไตรมาสสุดท้ายของปี 2562

นั่นจึงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่าโมเดลธุรกิจ Entertainmerce ของ “อาร์เอส กรุ๊ป” ที่แตกต่างไม่เหมือนใครนั้นกำลังเดินมาถูกทางแล้ว การควบคุมและบริหารงานได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ดึงศักยภาพของของสื่อและธุรกิจบันเทิงในมือออกมาใช้ให้มากที่สุด เปลี่ยนผู้ชมและผู้ฟังจำนวนหลายล้านคนเป็นลูกค้า การวิเคราะห์ฐานข้อมูลผ่านเทคโนโลยีใหม่ ๆ และการเติมเต็มความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุดจากทีมงานมืออาชีพ รวมถึงการหาพันธมิตรที่เหมาะสมเป็นเหมือนจิ๊กซอว์ตัวสำคัญ เพื่อเตรียมพร้อมรับโอกาสและเพิ่มความได้เปรียบทางการแข่งขัน

นี่คือเหตุผลที่ทำให้ “อาร์เอส กรุ๊ป” ปรับเปลี่ยนองค์กรให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจและวิสัยทัศน์องค์กรที่ต้องการสร้างความสุขให้ผู้คนด้วยความบันเทิง สินค้าและบริการใหม่ ๆ ตามไลฟ์สไตล์ของคนแต่ละกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นคนวัยหนุ่ม สาว คนทำงาน หรือคนสูงวัย รวมถึงการรีแบรนดิ้งที่กำลังเกิดขึ้นด้วย

ทำความรู้จักกับก้าวใหม่ของ “อาร์ เอส กรุ๊ป”

หลายคนอาจยังเข้าใจว่า “อาร์เอส” ทำธุรกิจสื่อและบันเทิงเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้ว ธุรกิจสื่อและบันเทิงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของธุรกิจทั้งหมดของ “อาร์เอส” ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา “อาร์เอส” ประสบความสำเร็จจากการทรานส์ฟอร์มธุรกิจบันเทิงสู่ธุรกิจ Commerce โดยมีพัฒนาการและการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ขณะเดียวกันก็ใช้เวลาเรียนรู้เข้าใจสภาพแวดล้อมของธุรกิจ พฤติกรรมลูกค้า และมองเห็นโอกาสอีกมากซึ่งเป็นเป้าหมายทางธุรกิจที่สำคัญในอนาคต จึงเป็นที่มาของการปรับโครงสร้างภายในและทีมงานใหม่ รวมถึงการรีแบรนดิ้ง กำหนดวิสัยทัศน์และวางกลยุทธ์เพื่อความพร้อมก้าวสู่โลกยุคใหม่ที่ธุรกิจต้องปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ New Normal และเทคโนโลยีใหม่ ๆ

ทั้งนี้ รายได้ของ “อาร์เอส กรุ๊ป” ประกอบด้วย

1. ธุรกิจ Commerce คิดเป็น 60% การขายสินค้าภายใต้ “RS Mall” และ COOLanything ผ่านแพลตฟอร์มและช่องทางทั้งของ “อาร์เอส” และพันธมิตร ทั้งในส่วนของออนแอร์จากช่อง 8 และช่องผู้นำดิจิทัลทีวีอื่น ๆ วิทยุ COOLfahrenheit ทีวีดาวเทียม และออนไลน์ทั้ง LINE OA, เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน รวมถึงการวางสินค้าผ่านโมเดิร์นเทรดต่าง ๆ สำหรับสินค้าของ “อาร์เอส” ภายใต้การดูแลของบริษัท Lifestar

2.ธุรกิจ Media คิดเป็น 30%  สื่อทีวีดิจิทัล ช่อง 8 และ COOLfahrenheit ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มฟังเพลงผ่านคลื่นวิทยุและทางออนไลน์อันดับหนึ่งของคนเมือง

3.ธุรกิจ Music คิดเป็น 10% ผลิตเพลงผ่านค่าย RSiam และ Kamikaze ซึ่งรายได้หลักมาจากการบริหาร asset ทั้งหมด อาทิ การฟังเพลงผ่านระบบดิจิทัล การบริหารศิลปินในค่าย การขายลิขสิทธิ์เพลง รวมถึงการจัดอีเวนต์และคอนเสิร์ต

 

Business Model ที่แตกต่างและทรงพลัง

“Entertainmerce” เป็นการผสานธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนท์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการทำคอนเทนต์อยู่แล้ว เพื่อเปลี่ยนผู้ชม หรือผู้ฟังให้กลายเป็นผู้ซื้อ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจ Commerce เติบโต เป็นการสนับสนุนและเชื่อมโยงธุรกิจในเครือเข้าด้วยกันอย่างแข็งแกร่งและเบ็ดเสร็จ ทำให้ “อาร์เอส กรุ๊ป” มีความได้เปรียบและนำพาธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนได้ ซึ่งในส่วนของธุรกิจ Commerce เป็นทั้งเจ้าของสินค้า คิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ สร้างสรรค์คอนเทนต์ คิดกลยุทธ์การตลาดและโฆษณาผ่านช่องทางของตนเองและพันธมิตร ซึ่งทุกสื่อของ “อาร์เอส กรุ๊ป” ที่เป็นแพลตฟอร์มการขายทั้งช่อง 8 และ COOLISM เป็นสื่อที่มีฐานผู้ชมและผู้ฟังมากในอันดับต้น ๆ ของไทย ทำให้รู้จักพฤติกรรมของลูกค้าและเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การมีทีมเทเลเซลล์ และ Chat Agent กว่า 500 คน นับเป็นหลังบ้านที่ทรงพลังและเป็นจุดแข็งสำคัญ ซึ่งช่วยสนับสนุนการเติบโตทั้งในด้านการเก็บข้อมูลจากออฟไลน์และออนไลน์นำไปวิเคราะห์พฤติกรรม ปิดการขาย รวมถึงนำเสนอโปรโมชันให้ลูกค้าจนเกิดการซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง

ก้าวสู่ New Era ที่เต็มไปด้วย New Normal เพื่อสร้าง New S-Curve

1.โมเดลธุรกิจ Entertainmerce

2.เน้นการใช้ข้อมูล เพื่อเป็น Data-Driven Company

3.การหาพันธมิตร Strategic Partnership

4.Mergers & Acquisitions

 

“อาร์เอส กรุ๊ป” ยังคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียให้เติบโตไปด้วยกัน เริ่มจากซัปพลายเออร์ซึ่งคัดสรรผู้ผลิตที่มีมาตรฐาน พัฒนาสินค้า นำส่งสินค้าที่มีคุณภาพสู่ผู้บริโภค ซึ่งจะทำให้ซัปพลายเออร์สามารถเติบโตไปพร้อมกัน ในส่วนของผู้บริโภคยังจะได้ใช้สินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ ขณะที่ในส่วนของการเติบโตของบริษัทฯ ที่เพิ่มขึ้นนั้นก็จะส่งต่อไปยังผู้ถือหุ้นและพนักงานของ แม้ว่าหลายธุรกิจต้องลดสวัสดิการ หรือเงินเดือนพนักงานจากวิกฤติต่างๆ ที่เกิดขึ้น แต่ “อาร์เอา กรุ๊ป” ได้ปรับสวัสดิการของพนักงานเพิ่มขึ้นให้เหมาะกับคนรุ่นใหม่ รวมถึงส่งเสริมพนักงานให้เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ตามหนึ่งในค่านิยมขององค์กร นั่นคือ Inquisitive หรือ “การใฝ่เรียนใฝ่รู้” เพราะเราเชื่อว่าพนักงานเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการพัฒนาองค์กร และต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วสอดคล้องกับ Passion to Win ซึ่งเป็นคติประจำองค์กร

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ประเมินเป้ารายได้ใหม่สำหรับปี 2563 ประมาณ 4,250 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนประมาณ 20% โดยปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ รวมไปถึงการทำงานที่ไม่เคยหยุดนิ่งและมีจิตวิญญาณของนักสร้างสรรค์ที่ไม่ยึดติดกับกรอบเดิม ๆ พร้อมปรับตัวตลอดเวลาและมุ่งมั่นในการเติมเต็มความสุขให้แก่ผู้คนมาทุกยุคสมัย อันจะส่งผลให้ธุรกิจแข็งแกร่งและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำรายได้ 1 หมื่นล้านบาท ในปี 2565 ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้

ดูข้อมูลเกี่ยวกับ อาร์เอส กรุ๊ป เพิ่มเติมได้ที่ www.rs.co.th  และเฟซบุ๊ก RS GROUP