Special Stories » ยุคนี้แบรนด์ไทยไปเดี่ยวไม่ได้!

ยุคนี้แบรนด์ไทยไปเดี่ยวไม่ได้!

5 ตุลาคม 2020
0

Newscurveonline.com : วิกฤติการณ์ COVID-19 ถือได้ว่าส่งผลอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจ และพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้บริโภคทั่วโลก กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เล็งเห็นถึงปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการโดยเฉพาะสินค้าไลฟ์สไตล์ จึงได้จัด โครงการพัฒนาสินค้าไลฟ์สไตล์ใหม่สำหรับงานแสดงสินค้า STYLE Bangkok เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในการออกแบบและผลิตสินค้าใหม่อยู่เสมอ โดยใช้กลยุทธ์การผนึกกำลังกันระหว่างผู้แสดงสินค้าในงาน STYLE Bangkok ให้ได้พัฒนาศักยภาพด้านการออกแบบสินค้าและด้านการตลาดในลักษณะการรังสรรค์สินค้าร่วมกัน หรือ Collaboration เพื่อให้เกิดสินค้าใหม่ โดยกิจกรรม “Lifestyle Reimagine” งานสัมมนาที่คิกออฟโครงการไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ มีผู้เชี่ยวชาญหลายท่านให้ข้อมูลที่น่าสนใจไว้หลายด้าน

นางสาวแสงระวี สิงหวิบูลย์ อดีตรองผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) กล่าวไว้ในการบรรยายแนวโน้มสินค้าไลฟ์สไตล์ พฤติกรรมผู้บริโภค และความต้องการของตลาดต่างประเทศ 2020 ว่า ในการพัฒนากลยุทธ์ด้านสินค้า บริการ แคมเปญการตลาด หรือแบรนด์ในปัจจุบัน ผู้วางกลยุทธ์ต้องมีการพิจารณาข้อมูลและแนวโน้มของตลาดผู้บริโภคให้รอบด้านยิ่งขึ้น โดยเฉพาะความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในด้านประชากร เช่น การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในหลายประเทศ ตลอดจนถึงรูปแบบการดำเนินชีวิต ค่านิยม และความต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบจากวิกฤตการระบาดของ COVID-19 ได้สร้างให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อพฤติกรรมผู้บริโภคในทุกด้าน ซึ่งนำมาสู่ชีวิตวิถีใหม่ หรือ New Normal  และมีแนวโน้มจะพัฒนาไปสู่อีกก้าวหนึ่งของวิถีใหม่ซึ่งการดำเนินกลยุทธ์ด้านสินค้าและบริการที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคก็จะมีการพัฒนาต่อเนื่อง

สำหรับปัจจัยหลักที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของผู้บริโภค ยูโรมอนิเตอร์ (Euromonitor) บริษัทสำรวจข้อมูลทางการตลาดระดับโลก ระบุว่า ความสะดวกสบาย (Convenience) และความเชื่อของผู้บริโภคต่อสามารถในการควบคุม หรือกำหนดชะตาชีวิตเองได้ (Personal Control) นั้นจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อกระแสความเปลี่ยนแปลงซึ่งจะส่งผลต่อการกำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจ โดยเทรนด์ที่เกิดขึ้นจากสองปัจจัยนี้ ได้แก่ การยอมรับต่อบทบาทของหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ ความรวดเร็วของข้อมูล การเดินทางที่ยืดหยุ่นและเป็นส่วนตัว ความต้องการต่อพื้นที่ที่ทุกคนเข้าถึงได้ การให้ความสำคัญต่อสุขภาพกายและใจ  การตอบสนองต่อความต้องการส่วนบุคคล การให้ความสำคัญกับท้องถิ่นและชุมชน ความต้องการที่พักอาศัยที่เป็นมากกว่าที่อยู่และที่นอน การให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม และความต้องการอากาศที่บริสุทธิ์ โดยผู้วางกลยุทธ์ทางธุรกิจควรเปิดรับต่อความท้าทายและโอกาสที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ขณะเดียวกัน Trendwatching.com ยังได้ระบุถึงความท้าทายที่ผู้วางกลยุทธ์ควรพิจารณาเพื่อรับมือต่อความเปลี่ยนแปลง อาทิ กระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่จะเปลี่ยนเป็นความกดดันต่อสินค้าและบริการที่มองข้ามด้านความยั่งยืน การใช้อวตารเป็นตัวแทนแบรนด์ ความต้องการต่อสินค้าและบริการที่ออกแบบมาตอบสนองความต้องการอันเฉพาะเจาะจงมากขึ้น การตอบสนองต่อผู้บริโภคที่อยู่ในสภาวะเหนื่อยล้าจากชีวิตประจำวัน และการเกิดขึ้นของสื่อภาคพลเมืองหรือพื้นที่ทางสร้างสังคมออนไลน์ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้

ทั้งนี้ จากแนวโน้มดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่ธุรกิจต้องคำนึงในการวางกลยุทธ์ด้านสินค้า บริการ การตลาด หรือแบรนด์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคในวิถีชีวิตใหม่ คือ การนำเสนอสิ่งที่ ดีต่อโลก ดีต่อเรา และดีต่อใจ

นางปารีสา จาตนิลพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายพัฒนาธุรกิจค้าปลีก บริษัท สยามพิวรรธน์ รีเทล โฮลดิ้ง จำกัด แนะเทคนิคเพิ่มยอดขายด้วยการร่วมมือทางการตลาด (Marketing Collaboration) ว่า แนวทางนี้จะช่วยสร้างความแปลกใหม่ ขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น แลกเปลี่ยนฐานลูกค้าซึ่งกันและกัน สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า หรือแบรนด์ที่มีอยู่ให้เพิ่มมากขึ้น โดยจะต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัดว่าจะ Collab เพื่ออะไร จากนั้นจึงเลือกแบรนด์พันธมิตรอาจมาจากอุตสาหกรรมเดียวกัน หรือต่างกันโดยไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นแบรนด์ในระดับเดียวกันเสมอไป ที่สำคัญกว่านั้นคือการสร้างประสบการณ์ให้กับผู้บริโภครู้สึก “ว้าว!” ตื่นตาตื่นใจ ทำให้คนที่ไม่เคยซื้อสินค้า และใช้บริการแบรนด์มาก่อนอยากเปิดใจบริโภคสินค้านั้น ๆ แต่ขณะเดียวกันแบรนด์ต้องมีความเข้ากันได้ทั้งวิธีการทำงาน วิสัยทัศน์ ภาพลักษณ์ และเป้าหมาย ซึ่งความร่วมมือกันไม่จำเป็นต้องทุ่มงบเสมอไป ให้ดูที่จุดแข็งเป็นหลัก เช่น หากจุดแข็งของสินค้าคุณคือคุณภาพของสินค้าที่ดีและตอบโจทย์ความต้องการ ควบด้วยจุดแข็งของพันธมิตรคือ ดีไซน์ที่ทันสมัย ยิ่งทำให้สินค้าที่ออกมามีความแข็งแรงทั้งดีไซน์ และคุณภาพด้วย

“หัวใจสำคัญที่จะทำให้การ Collab ระหว่างแบรนด์สำเร็จได้นั้นคือ เมื่อทำแล้วจะต้องสร้างความน่าสนใจและประสบการณ์ใหม่ต่อผู้บริโภค ปลุกกระแสทางการตลาดให้เป็นไวรัล เกิดการแลกเปลี่ยนกลุ่มลูกค้าระหว่างแบรนด์ มีการขยายฐานลูกค้าใหม่ ๆ ช่วยเพิ่มพันธมิตรทางการค้า สินค้า หรือแบรนด์จะต้องดูทันสมัยมากขึ้น เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น สุดท้ายคือการใช้จุดแข็งของพาร์ตเนอร์มาชดเชยจุดอ่อนของแบรนด์ตัวเอง”

ส่วน นายโอรส ธรรมาชีวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฟอร์นเทรด จำกัด ในฐานะนักการตลาดชื่อดังของไทย ให้ความเห็นเกี่ยวกับโครงการพัฒนาสินค้าไลฟ์สไตล์ใหม่สำหรับงานแสดงสินค้า STYLE Bangkok ว่า โครงการนี้ค่อนข้างตอบโจทย์กับผู้ประกอบการ เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ประกอบการบางรายยังขาดความรู้ความเข้าใจในบางทักษะ อาทิ ผู้ประกอบการที่เป็นโรงงานผลิตแต่ไม่สามารถออกแบบ หรือเข้าใจงานดีไซน์ได้ดีเท่ากับนักออกแบบ  การนำผู้ประกอบการ 2 ราย หรือมากกว่า มาร่วมกันผลิตสินค้าใหม่ จะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และเติมเต็มความสามารถในเชิงของการต่อยอดธุรกิจ ซึ่งผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการครั้งนี้ต่างมีความตื่นตัวและกระตือรือร้นในการคิดและหาวิธีใหม่ ๆ เพื่อนำเสนอสินค้าที่ตอบโจทย์ตลาดมากขึ้น

“ด้วยสถานการณ์ COVID-19 ยิ่งทำให้การทำธุรกิจแบบโดดเดี่ยวคนเดียวทำได้ยาก การมีพาร์ตเนอร์ หรือ Collaboration กัน จะช่วยให้การทำธุรกิจได้เรียนรู้และขยายตลาดได้มากขึ้น สามารถขยายกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ช่วยต่อยอดทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งหากมีการจัดโครงการลักษณะนี้มากขึ้นก็จะยิ่งช่วยให้ผู้ประกอบการเปิดมุมคิดในการทำธุรกิจที่ไม่ใช่แค่เติบโตคนเดียว แต่จะต้องเติบโตไปด้วยกันเพื่อให้ธุรกิจมีการขยายตัวและลดต้นทุนที่เป็นปัจจัยหลักของการผลิต”

ภายในกิจกรรม “Lifestyle Reimagine” ยังเสริมทัพด้วยการเสวนาของ 3 Collaborators ที่มากประสบการณ์ด้านการร่วมมือทางการตลาด ได้แก่ จิรชัย ตั้งกิจงามวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อุตสาหกรรมดีสวัสดิ์ จำกัด, วิชชุกร โชคดีทวีอนันต์ อดีตแบรนด์ครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์ จากแบรนด์ Greyhound และ เบล-เศรษฐพร ก่อวาณิชกุล นักวาดภาพประกอบจากแบรนด์ Painterbell

สำหรับโครงการพัฒนาสินค้าไลฟ์สไตล์ใหม่สำหรับงานแสดงสินค้า STYLE Bangkok มีผู้ประกอบการผ่านการคัดเลือกเข้าร่วม 32 แบรนด์ โดยร่วมมือกันพัฒนาสินค้าจำนวน 20 คู่/กลุ่ม ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงอบรมและพัฒนาสินค้าอย่างเข้มข้นจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อโชว์ในงาน STYLE BANGKOK ครั้งต่อไป