Special Stories » เป็นไปได้ไหม ? ใน 10 ปี “เทคโนโลยี VR – AR” จะหนุนจีดีพีโลกโต 1.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

เป็นไปได้ไหม ? ใน 10 ปี “เทคโนโลยี VR – AR” จะหนุนจีดีพีโลกโต 1.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

11 กุมภาพันธ์ 2020
0

NewsCurveOnline.com : PwC คาดเทคโนโลยี AR และ VR จะช่วยขับเคลื่อนจีพีดีโลกในปี 2573 ให้เติบโตถึง 1.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ โดยทุกกลุ่มอุตสาหกรรมจะหันมาใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน นำโดยอุตสาหกรรมด้านสุขภาพและค้าปลีก นอกจากนี้ ยังคาดว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า เทคโนโลยีทั้ง 2 ประเภทจะส่งผลกระทบต่องานจำนวนกว่า 23 ล้านตำแหน่งทั่วโลก ชี้หากไทยมีเทคโนโลยี 5G จะช่วยปลดล็อคให้ธุรกิจนำ AR และ VR มาใช้อย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจค้าปลีก บันเทิง และเกม

นางสาววิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา บริษัท PwC ประเทศไทย เปิดเผยถึงบทวิเคราะห์ Seeing is Believing ซึ่งจัดทำโดยนักเศรษฐศาสตร์ของ PwC ประเทศสหราชอาณาจักรว่า เทคโนโลยีความจริงเสมือน (Virtual Reality : VR) และเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality : AR) มีศักยภาพที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกให้เติบโตถึง 1.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2573 จากปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 4.64 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพราะทั้งเทคโนโลยี VR และ AR จะช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้แก่ลูกค้า จนถึงช่วยเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และปรับปรุงความปลอดภัยภายในสถานที่ทำงานด้วย

นอกจากนี้ เทคโนโลยีทั้ง 2 ประเภทยังเป็นประโยชน์ต่อทุกกลุ่มอุตสาหกรรม เพราะช่วยทำให้กระบวนการทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น เสริมศักยภาพของการฝึกอบรม และยังนำเสนอวิธีการใหม่ ๆ ที่จะช่วยสนับสนุนให้คนสามารถทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวจะส่งผลกระทบเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อธุรกิจดูแลสุขภาพและค้าปลีก

ทางด้าน นายเจเรมี ดาลตัน หัวหน้าสายงานเทคโนโลยีความจริงเสมือนและความเป็นจริงเสริม PwC ประเทศสหราชณาจักร กล่าวว่า ปัจจุบันภาคธุรกิจ เศรษฐกิจ และสังคม กำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของการประยุกต์ใช้ VR และ AR  เพราะในขณะที่เทคโนโลยีและอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ได้ถูกพัฒนาไปมาก VR และ AR มีศักยภาพในการช่วยขับเคลื่อนการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกอย่างมีนัยสำคัญ และยังช่วยปรับปรุงวิธีการทำงานขององค์กร ทำให้กระบวนการต่าง ๆ รวดเร็วขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยเสริมทักษะความรู้ให้แก่ผู้คน และสร้างประสบการณ์ผู้ใช้งานได้อย่างเหลือเชื่อด้วย

ทั้งนี้ เมื่อศึกษาถึงข้อมูลเป็นรายประเทศ พบว่า :

  • เทคโนโลยี VR และ VR จะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาปี 2573 เติบโตได้ถึง 37 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นจีดีพีที่เพิ่มขึ้นประมาณ 2.83%
  • เช่นเดียวกับเศรษฐกิจหลักของเอเชียอย่าง สาธารณรัฐประชาชนจีน (83 แสนล้านเหรียญสหรัฐ) และญี่ปุ่น (1.43 แสนล้านเหรียญสหรัฐ) ที่จะได้รับการผลักดัน หรือคิดเป็นจีดีพีที่เพิ่มขึ้นประมาณ 2.09% และ 2.0% ตามลำดับ
  • ในส่วนของเศรษฐกิจในยุโรปอย่าง ฟินแลนด์ (8 พันล้านเหรียญสหรัฐ) เยอรมนี (1.03 แสนล้านเหรียญสหรัฐ) และอังกฤษ (6.93 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ) คาดว่า จะเห็นการเพิ่มขึ้นของจีดีพีในแง่เปอร์เซ็นต์มากที่สุดในปี 2573 ที่ 2.64%, 2.46% และ 2.44% ตามลำดับ

เมื่อเปรียบเทียบเทคโนโลยีทั้ง 2 ประเภท พบว่า AR จะผลักดันให้จีดีพีโลกเติบโตมากที่สุดในปี 2573 หรือคิดเป็นมูลค่าถึง 1.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ จากมูลค่ารวมทั้งสิ้น 1.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

PwC ยังคาดการณ์ด้วยว่า VR และ AR จะส่งผลกระทบต่อการจ้างงานทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญในทศวรรษหน้า โดยปัจจุบันมีงานจำนวนน้อยกว่า 1 ล้านตำแหน่งที่ได้ผลกระทบจากเทคโนโลยีทั้ง 2 ประเภท แต่จะเพิ่มขึ้นเป็น 23 ล้านตำแหน่งในปี 2573 โดยจะส่งผลกระทบมากที่สุดในกลุ่มประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เช่น จีน สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และเยอรมนี

รายงานฉบับดังกล่าวยังได้สำรวจตัวอย่างการใช้งานของ AR และ VR ที่จะช่วยส่งเสริมนวัตกรรมและกำลังผลิตด้วย ดังนี้

  • การประยุกต์ใช้ VR และ AR ในธุรกิจดูแลสุขภาพ จะช่วยผลักดันจีดีพีโลกได้ถึง 51 แสนล้านเหรียญสหรัฐในปี 2573 ผ่านการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยปัจจุบันมีการนำ VR มาใช้เพื่อช่วยให้นักศึกษาแพทย์เข้าถึงการจำลองการผ่าตัดและช่วยให้คำปรึกษาแบบทางไกลจากสถานที่ที่แตกต่างกัน รวมถึงหารือเกี่ยวกับขั้นตอนการผ่าตัดที่จะเกิดขึ้นได้
  • การใช้งาน VR และ AR ในการพัฒนาและฝึกอบรม รวมถึงสนับสนุนการฝึกอบรมในที่ที่ไม่สามารถปฏิบัติการจริงได้ หรือไม่มีความปลอดภัยเพียงพอ จะช่วยผลักดันจีดีพีโลกให้เติบโตได้ประมาณ 94 แสนล้านเหรียญสหรัฐในปี 2573
  • การใช้งาน VR และ AR ในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและบริโภคจะช่วยผลักดันจีดีพีโลกให้เติบโตได้ประมาณ 04 แสนล้านเหรียญสหรัฐในปี 2573 โดยผู้ค้าปลีกสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าได้ ผ่านการให้ลูกค้าสามารถลองสวมใส่เสื้อผ้าแบบเสมือนจริง หรือใช้แอปพลิเคชัน AR ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเห็นภาพว่า เมื่อวางเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้น ๆ ที่บ้านของตนแล้วจะออกมาเป็นอย่างไรก่อนการตัดสินใจซื้อ ทั้งนี้ เทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ค้าปลีกเข้าใจถึงพฤติกรรมของผู้ซื้อมากขึ้นผ่านการวิจัยผู้บริโภคขั้นสูง
  • การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการจะช่วยผลักดันจีดีพีโลกให้เติบโตได้ประมาณ 59 แสนล้านเหรียญสหรัฐในปี 2573 ผ่านการใช้งานทั้ง VR และ AR โดยทำให้เกิดการทำงานร่วมกันในสภาพแวดล้อมเสมือนจริงซึ่งจะช่วยให้องค์กรประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย

ธุรกิจต้องเริ่มนำ VR – AR มาใช้ประโยชน์

นายเจเรมี ดาลตัน กล่าวสรุปว่า สำหรับองค์กรที่อาจจะยังไม่แน่ใจว่าจะนำ VR และ AR มาใช้กับธุรกิจอย่างไร ควรหันมาพิจารณาหลาย ๆ ตัวอย่างที่มีอยู่และนำเสนอไว้ในบทวิจัยนี้ ต้องเรียนว่า ถึงเวลาแล้วที่ผู้ประกอบการต้องคิดว่าจะใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ในการปรับปรุงผลการดำเนินงานของตนอย่างไร หรือจะยอมเสี่ยงถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

องค์กรต้องมองข้ามเรื่องขั้นตอนของการพัฒนาซอฟต์แวร์และมุ่งเน้นไปที่การออกแบบโซลูชันในการแก้ปัญหาทางธุรกิจเฉพาะด้าน ซึ่งเราสามารถนำทั้ง VR และ AR มาใช้เพื่อเร่งกระบวนการ ปรับปรุงความปลอดภัย ลดต้นทุน และเปิดประตูไปสู่ช่องทางการทำรายได้ใหม่ ๆ ได้ ทั้งนี้ความเข้าใจและข้อเสนอแนะในเชิงบวกของโซลูชันทางด้าน VR หรือ AR จะขึ้นอยู่กับความสะดวกสบายและการนำไปใช้งาน ฉะนั้น การสร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อจะมีความสำคัญมาก องค์กรอาจจะเริ่มต้นด้วยการมีโปรแกรมนำร่องเล็ก ๆ เพื่อให้เห็นภาพของการใช้งานจริงของเทคโนโลยี จากนั้นติดตามผลโดยการเก็บข้อมูลที่ได้จากข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปสู่ขั้นตอนต่อไป ซึ่งอาจเป็นเรื่องของการลงทุน หรือเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ไปในทิศทางอื่น หรือปรับเปลี่ยนไปใช้วิธีการอื่นโดยสิ้นเชิง ขอให้จำไว้ว่า ไม่มีคำว่าล้มเหลวตราบใดที่เราได้รับข้อมูลที่ดีขึ้น

ส่วน นางสาว วิไลพร กล่าวสรุปว่า สำหรับประเทศไทย เราพบว่าลูกค้าในหลายอุตสาหกรรมมีการนำ VR และ AR เข้ามาประยุกต์ใช้ในธุรกิจ โดยบางรายนำเทคโนโลยีเหล่านี้เข้ามาช่วยในงานที่มีความเสี่ยงสูง งานด้านการฝึกอบรม หรืองานทางด้านการแพทย์ อย่างไรก็ดี ต้องยอมรับว่า ขอบเขตของการประยุกต์ใช้ยังอยู่ในวงจำกัด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะข้อจำกัดเรื่องความเร็วของอินเทอร์เน็ตที่ยังไม่รองรับ อย่างไรก็ดี หากเข้าสู่ยุค 5G ที่อินเทอร์เน็ตมีความเร็วสูง ทำให้การรับส่งและการประมวลผลข้อมูลเร็วขึ้นมากกว่าเดิมหลายเท่า เราเชื่อว่า จะมีการนำเทคโนโลยีทั้ง 2 ประเภทมาใช้ในแวดวงธุรกิจไทยอย่างแพร่หลายมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจค้าปลีก บันเทิง และเกม

นี่เป็นกระแสที่เราต้องติดตามกันต่อไปในอนาคตอันใกล้ เพราะการเข้ามาของ 5 จีจะช่วยปลดล็อคศักยภาพของ VR และ AR ไปอีกขั้นอย่างแน่นอน