Special Stories » “ทวิตเตอร์” เผยชอปปิงออนไลน์โตแรงยุค COVID-19

“ทวิตเตอร์” เผยชอปปิงออนไลน์โตแรงยุค COVID-19

8 พฤศจิกายน 2020
0

Newscurveonline.com : โปรโมชันของวันแห่งการชอปปิงที่สร้างปรากฎการณ์ ไม่ว่าจะเป็น 7/7, 8/8, 9/9, 10/10, 11/11 และ 12/12 กลายเป็นช่วงเวลาของการสร้างมูลค่ามหาศาลสำหรับวงการค้าปลีกในประเทศไทย ปัจจุบันมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตกว่า 4.57 พันล้านคนทั่วโลก (59% ของประชากรโลก) และในประเทศไทยมีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตราว 75% จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมวันแห่งการชอปปิงจึงเป็นการจัดโปรโมชันออนไลน์และกลายเป็นช่วงเวลาสำคัญในการทำอีคอมเมิร์ซ โดย “ทวิตเตอร์” ถือเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่ผู้บริโภคนิยมพูดคุยเกี่ยวกับการชอปปิงในประเทศไทย

อ้างอิงข้อมูลจาก Statista บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลทางการตลาด พบว่า ในปี 2562 มีการใช้จ่ายผ่านอีคอมเมิร์ซทั่วโลกเป็นมูลค่ากว่า 3.53 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่ข้อมูลจาก MediaRadar บริษัทที่ปรึกษาด้านการตลาดและโฆษณา พบว่ามีการใช้จ่ายค่าโฆษณาเกี่ยวกับอีคอมเมิร์ซเพิ่มขึ้นจากเดิม 4.8 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 9.6 ล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงระหว่างที่มีการแพร่ระบาดของ COVID-19 สำหรับตลาดอีคอมเมิร์ซและเอ็มคอมเมิร์ซในประเทศไทยมีมูลค่ารวมกันประมาณ 3.98 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

ท่ามกลางการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในช่วงที่ผ่านมา ห้างสรรพสินค้าเกือบทุกแห่งในประเทศไทยต้องปิดตามมาตรการของรัฐที่ขอให้ทุกคนอยู่บ้าน #StayAtHome กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคหันมาชอปปิงออนไลน์ การดิสรัปต์ที่สำคัญครั้งนี้ส่งผลไปถึงไลฟ์สไตล์ของผู้คนในการเลือกซื้อสินค้าทำให้อีคอมเมิร์ซในประเทศมีการเติบโตขึ้นอย่างมหาศาล เนื่องจากการชอปปิงออนไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในชีวิตประจำวันไปแล้ว แบรนด์ต่าง ๆ จึงหันมาลงทุนศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น เพื่อจะได้ทำความเข้าใจว่าผู้บริโภคเลือกสิ่งที่ชอบและไม่ชอบอย่างไร? อะไรคือสิ่งที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ? และการซื้อของออนไลน์มีลำดับขั้นตอนอย่างไร? เป็นต้น

นายอาร์วินเดอร์ กุจรัล กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทวิตเตอร์ กล่าวว่า ไม่แปลกใจเลยว่าบทสนทนาที่พูดคุยเกี่ยวกับการชอปปิงบนทวิตเตอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีเพิ่มมากขึ้น และเราจะเห็นช่วงพีคที่สุดในช่วงใกล้ ๆ วันแห่งการชอปปิงออนไลน์ทั้งก่อนและหลังวันที่มีการจัด ทั้งนี้ การชอปปิงยังเป็นหัวข้อการสนทนาที่มีการพูดคุยได้ตลอดทั้งปีบนทวิตเตอร์ ยิ่งผู้บริโภคหันมาใช้อีคอมเมิร์ซและเอ็มคอมเมิร์ซมากขึ้นจะพบว่าเทรนด์การสนทนาในหัวข้อที่เกี่ยวกับการชอปปิงออนไลน์ยังคงมีการเติบโตอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง

“แบรนด์ต่าง ๆ ต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีในการทำการตลาด โดยเฉพาะจะต้องมีความเข้าใจว่าทำไมผู้บริโภคจึงเลือกซื้อของทางออนไลน์และสิ่งที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการซื้อดังกล่าว เราพบว่าแบรนด์ในประเทศไทยต่างหันมาใช้ทวิตเตอร์ในการคอนเน็คกับกลุ่มผู้บริโภคและกลุ่มผู้ใช้งานทวิตเตอร์ประเทศไทย”

ทำความเข้าใจกับ เทรนด์การซื้อของผู้บริโภค

วันแห่งการชอปปิงกลายเป็นเหมือนแม่เหล็กดึงดูดทั้งแบรนด์และผู้บริโภค ทวิตเตอร์นับเป็นแพลตฟอร์มที่แบรนด์เลือกใช้สร้างคอนเน็คกับนักช้อปออนไลน์ จากการวิจัยล่าสุดพบว่าผู้ใช้งานทวิตเตอร์ประเทศไทยมากกว่า 4 ใน 5 คนมีการซื้อของออนไลน์

ทั้งนี้ แบรนด์สามารถทำความเข้าใจเทรนด์ของผู้บริโภคได้ถือเป็นเรื่องที่จำเป็น ทวิตเตอร์ขอแนะนำ 3 พฤติกรรมหลักในการชอปปิงเพื่อช่วยให้เข้าใจเทรนด์การช้อปออนไลน์ของผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น

1.ผู้บริโภคเลือกซื้ออะไรกันบ้าง

5 ผลิตภัณฑ์ที่ผู้ใช้งานทวิตเตอร์ในประเทศไทยนิยมสั่งซื้อผ่านทางออนไลน์เมื่อเดือนที่ผ่านมา

1.แชมพู (84.7%)

2.น้ำยาปรับผ้านุ่ม (75.6%)

3.น้ำยาซักผ้า / ผงซักฟอก (74.2%)

4.ครีมนวดผม (66.9%)

5.เสื้อผ้า (66.7%)

2.ปัจจัยหลักในการช่วยกระตุ้นผู้บริโภคตัดสินใจซื้อของทางออนไลน์
4 เหตุผลหลักที่ผู้บริโภคชาวไทยเลือกชอปออนไลน์คือ

1.จัดส่งฟรี (63%)

2.ส่วนลดต่างๆ (57%)

3.จ่ายเงินเมื่อได้รับสินค้า (45%)

4.เสียงสนับสนุนและการพูดถึงของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ (39%)

3.ผู้บริโภคสนใจในเรื่องอะไรเป็นพิเศษ

ผู้หญิงคือกลุ่มที่นิยมพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องชอปปิงบนทวิตเตอร์มากที่สุดในประเทศไทย เพียงแค่รู้ว่าผู้บริโภคมีความสนใจทั่วไปในเรื่องอะไรก็จะสามารถช่วยให้แบรนด์ปรับกลยุทธ์ทางการตลาดและกำหนดกลุ่มเป้าหมายในการทำโฆษณาได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ สาว ๆ นักชอปบนทวิตเตอร์มีความสนใจในเรื่องของดนตรี, อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ, การทำอาหาร, ความงามและเครื่องสำอาง ในขณะที่หนุ่มนักชอปมีความสนใจในเรื่องเทคโนโลยี, ดนตรี, การเล่นกีฬาและข่าวสารต่าง ๆ

รีวิวข้อมูลผลิตภ้ณฑ์ ก่อนการตัดสินใจซื้อ

การซื้อของออนไลน์ไม่ได้เป็นเพียงแค่การล็อกอินเพื่อเข้าไปซื้อแล้วล็อกออฟออกจากระบบเท่านั้น แต่ขั้นตอนในการชอปปิงออนไลน์นั้นยาวนานกว่าที่คิด และมีความแตกต่างจากเดิมไปมาก การศึกษาหาข้อมูลและการวางแผนก่อนจ่ายเงินซื้อของถือเป็นส่วนที่สำคัญในขั้นตอนการซื้อของ โดย 94% ของนักชอปออนไลน์บนทวิตเตอร์มักจะหาข้อมูลจากรายการสิ่งของที่อยากได้ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ

นักชอปออนไลน์บนทวิตเตอร์คือผู้ทรงอิทธิพล ชอบการค้นพบสิ่งใหม่ เปิดใจรับผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ หรือไอเดียใหม่ ๆ มีความคิดสร้างสรรค์และมักจะเข้าร่วมวงสนทนาในเรื่องเกี่ยวกับการชอปปิง สำหรับแบรนด์ สิ่งนี้ถือเป็นเรื่องที่สำคัญในการดูแลชื่อเสียงของแบรนด์ให้เป็นไปในทางบวก เนื่องจาก 50% ของนักชอปออนไลน์ในประเทศไทยมักจะตรวจสอบข้อมูลของแบรนด์และข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก รวมถึงบนทวิตเตอร์

ให้ความสำคัญทุกขั้นตอน มากกว่าแค่การตัดสินใจซื้อ

การซื้อของออนไลน์คือขั้นตอนอย่างหนึ่ง หากลองศึกษาวันแห่งการชอปปิงอย่างเช่นโปร 10/10 ทวิตเตอร์พบว่าช่วงเวลาขั้นตอนของการทำอีคอมเมิร์ซอยู่ที่ประมาณ 10-14 วัน โดยมีหัวใจหลักอันสำคัญที่แบรนด์สามารถใช้ประโยชน์ได้ในระหว่างที่มีการจัดโปรโมชัน หากแบรนด์มีการลงทุนและโฟกัสที่จะขายสินค้าเฉพาะแค่ในวันที่ 10 เดือน 10 จะได้รับประโยชน์น้อยกว่าแบรนด์ที่มีการเอ็นเกจกับผู้บริโภคมาตลอดช่วงระยะเวลาตั้งแต่ก่อนมีโปรฯ ไปจนถึงหลังวันที่มีโปรฯ

ทำความรู้จักกับ 5 ขั้นตอนช่วงวันชอปปิงออนไลน์บนทวิตเตอร์ ดันแบรนด์ปังไม่มีดรอป
เพื่อให้แบรนด์ประสบความสำเร็จในการทำตลาดออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทวิตเตอร์จึงแบ่งปันความสำคัญของเวลา 5 ช่วงของวันแห่งการชอปปิงออนไลน์

เฟสที่ 1 เริ่มทวีต

ก่อนจะถึงวันที่มีการจัดโปรฯ สักหนึ่งอาทิตย์ ควรเริ่มต้นสร้างบทสนทนาขึ้นมาบนทวิตเตอร์ ผู้ใช้งานทวิตเตอร์จะทวีตถึงโค้ดส่วนลดต่าง ๆ และจะได้เก็บโค้ดเหล่านั้นเอาไว้เพื่อช่วยให้พวกเขามีส่วนลดเพิ่มในวันที่มีการจัดโปรฯ

เคล็ดลับ : เริ่มต้นบทสนทนาด้วยการปล่อยโค้ดพิเศษ หรือบอกรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดโปรโมชันของแบรนด์ สร้างเอ็นเกจกับอินฟลูเอ็นเซอร์บนทวิตเตอร์  เพื่อทวีตถึง “ของมันต้องมี” ซึ่งจะช่วยให้นักชอปทั้งหลายเกิดความต้องการซื้อสินค้า

เฟสที่ 2 อุ่นเครื่อง

ในเฟสที่ 2 จะเป็นช่วงเวลาที่ผู้ใช้งานบนทวิตเตอร์เริ่มปรึกษาพูดคุยกับเพื่อนๆ ถึงสิ่งที่พวกเขากำลังวางแผนที่จะซื้อ

เคล็ดลับ : ทำงานร่วมกับอินฟลูเอ็นเซอร์ทวิตเตอร์ ในฐานะที่พวกเขาเป็นผู้สนับสนุนแบรนด์เพื่อสร้างอิทธิพลต่อนักชอปและยังเป็นการช่วย “อุ่นเครื่อง” บทสนทนาก่อนที่จะถึงวันจริง

เฟสที่ 3 วันแห่งการชอปปิงออนไลน์

เมื่อวันจริงมาถึง นักชอปบางคนอาจจะยังค้นหาโค้ดส่วนลดพิเศษต่าง ๆ อยู่ และนี่แหละที่จะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อในวันนั้น

เคล็ดลับถึงแบรนด์ : วันแห่งการชอปปิงออนไลน์คือช่วงเวลาที่ผู้ใช้งานทวิตเตอร์สามารถสร้างอิทธิพลได้ ด้วยการรีวิวผลิตภัณฑ์และแสดงความเห็น โดยอินฟลูเอ็นเซอร์บนทวิตเตอร์สามารถสร้างอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของคนอื่นๆ ได้

เฟสที่ 4 รีวิวแกะกล่องผลิตภัณฑ์

นักชอปบนทวิตเตอร์มักชอบแบ่งปันข้อมูลในสิ่งที่พวกเขาได้ชอปมาแล้ว โดยเฉพาะหลังจากวันที่มีการจัดโปรฯ ผ่านไปไม่กี่วัน พวกเขามักจะแชร์ภาพการเปิดกล่องไอเท็มเด็ดที่พวกเขาได้ซื้อไป และหากว่าแบรนด์ยังคงทำโปรโมชันอย่างต่อเนื่อง นี่แหละคือช่วงเวลาที่นักชอปคนอื่นๆ อาจจะมีการตัดสินใจซื้อเพิ่ม เนื่องจากได้เห็นคนอื่นได้ซื้อสินค้าไปแล้ว รวมถึงทวีตข้อความจากทั้งแบรนด์เองและจากอินฟลูเอ็นเซอร์

เคล็ดลับ : การทำ Whitelist ที่เกี่ยวข้องกับการทวีตที่รีวิวการแกะกล่องผลิตภัณฑ์จะช่วยสร้างกระแสบทสนทนาและช่วยทำให้เกิดการตัดสินใจซื้อต่อไปได้อีก

เฟสที่ 5 หลังจากวันจัดโปรฯ ผ่านพ้นไป

ในช่วงสุดท้ายยังคงสามารถสร้างเอ็นเกจได้ต่อเนื่องไปอีกประมาณ 3-4 วัน หลังจากมีผู้บริโภคได้ซื้อของไปแล้ว จะเริ่มมีการทวีตและมีฟีดแบ็กถึงผลิตภัณฑ์ ในขณะที่บางคนก็อาจจะชอบให้มีการเตือนว่าโปรโมชันใกล้จะหมดแล้ว หรือกลุ่มผู้บริโภคที่สนับสนุนแบรนด์อยู่ก็สามารถเป็นอีกตัวช่วยที่จะทำให้คนอื่นอยากจะซื้อของในช่วงวันท้าย ๆ ก่อนจะจบโปรได้เช่นกัน

เคล็ดลับ : ส่งข้อความที่กระตุ้นการตัดสินใจซื้อครั้งสุดท้าย อาทิ “ลดกระหน่ำวันสุดท้าย” หรือ “โอกาสสุดท้าย” เป็นต้น

ด้วยสถานการณ์ของการรักษาระยะห่างและจำกัดการเดินทาง ทำให้พฤติกรรมการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภคได้เปลี่ยนไป โดยชาวทวิตภพนับได้ว่ามีอิทธิพลเป็นอย่างมากในการพูดคุยเกี่ยวกับการชอปออนไลน์และแบรนด์ต่างๆ เองก็หันมาเลือกใช้ทวิตเตอร์เป็นช่องทางในการเปิดตัวสินค้าและบริการใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น